Click Here
Previous slide
Next slide

ธุงอีสาน: มรดกภูมิปัญญาและศรัทธาแห่งอีสาน

ธง หรือ ธุง เป็นสิ่งที่มีความสำคัญในวิถีชีวิตของมนุษย์มาอย่างยาวนาน โดยมีลักษณะเด่นคือการสะบัดไหวในอากาศ ทำหน้าที่เป็นเครื่องหมาย เครื่องแสดง และเครื่องสังเกตสำหรับมนุษย์ แม้กาลเวลาจะผ่านไป หน้าที่หลักของธงยังคงไม่เปลี่ยนแปลง เพียงแต่มีการพัฒนารูปแบบและสีสันให้หลากหลายตามแต่ละพื้นที่และกลุ่มชาติพันธุ์ โดยยังคงองค์ประกอบหลักคือผืนธงและเสาธง ในบริบทของภาคอีสาน ธุงมีบทบาทสำคัญในหลายมิติ โดยเฉพาะการเป็นเครื่องประดับในงานบุญประเพณีและสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ โดยทั่วไปธุงจะมีความยาวประมาณ 1-3 เมตร ทำจากผ้าฝ้ายทอลายขิด ประดับด้วยลวดลายต่าง ๆ เช่น สัตว์ คน ต้นไม้ หรือพระพุทธรูป เพื่อใช้ถวายเป็นพุทธบูชา โดยเฉพาะในภาคอีสาน ธุงได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมที่มีบทบาทสำคัญในประเพณีและพิธีกรรมต่าง ๆ การศึกษาเรื่องธุงอีสานจึงเป็นการศึกษาที่สะท้อนให้เห็นถึงมิติทางวัฒนธรรม ความเชื่อ และภูมิปัญญาของชาวอีสาน

แม้ว่าในปัจจุบัน คนรุ่นใหม่อาจขาดความเข้าใจที่ชัดเจนเกี่ยวกับธุง แต่วัตถุทางวัฒนธรรมชิ้นนี้ยังคงดำรงอยู่ในวิถีและความเชื่อของชาวอีสานและผู้คนในแถบลุ่มน้ำโขง สะท้อนให้เห็นถึงการเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ ซึ่งได้รับการสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ โดยในแต่ละเดือน ชาวอีสานจะประดิษฐ์ธุงในรูปแบบและสีสันที่หลากหลาย เพื่อใช้เป็นสื่อกลางในการติดต่อระหว่างมนุษย์กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อโบราณ (วิทยา วุฒิไธสง, 2561: [ออนไลน์]; วีณา วีสเพ็ญ และณรงค์ศักดิ์ ราวะรินทร์, 2562)

ความหมายและที่มา

ความหมายของคำว่า ธง ธุง ทง ทุง
      ธุงเป็นองค์ประกอบสำคัญในวิถีวัฒนธรรมอีสานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน นอกจากจะพบในประเพณีและพิธีกรรมแล้ว ยังปรากฏในวรรณกรรมหลากหลายประเภท ทั้งนิทาน ตำนาน และวรรณกรรมคำสอนที่จารึกในใบลาน อาทิ ท้าวฮุ่งขุนเจือง คัชชนาม อุรังคธาตุ ปู่สอนหลาน และธรรมดาสอนโลก โดยมักพบในฉากขบวนแห่และการสู้รบ มีคำที่เกี่ยวข้องกับธงบางคำที่สูญหายไปแล้ว เช่น “ประคือ” ซึ่งเป็นธงประเภทหนึ่ง ตามขนบการเขียนภาษาถิ่นอีสาน นิยมใช้ “ท” แทน “ธ” เช่น ทุงกระดาษ ทุงซาย ทุงไซ ทุงทอง ทุงเผิ่ง ทุงฝ้าย และทุงเหล็ก โดยจะจารึกด้วยอักษรธรรมและอักษรไทยน้อย ใช้ “ท” ผสมสระ “อุ” และมี “ง” เป็นตัวสะกด (วีณา วีสเพ็ญ และณรงค์ศักดิ์ ราวะรินทร์, 2562: 1) ทุง ธุง หรือ ธง นั่นเอง เป็นธงแบบห้อยยาวจากบนลงล่าง เมื่อเข้าไปในวิหาร สถานศักดิ์สิทธิ์ นับได้ว่าเป็นเครื่องสักการะเพื่อใช้ในพิธีกรรมทางพุทธศาสนา ในบุญเฉลิมฉลอง หรือขบวนแห่ต่าง ๆ การประดับประดาในงานพิธีต่าง ๆ เพื่อความสวยงามตระการตาโดยมีความแตกต่างกันตามความเชื่อในการประกอบพิธีกรรมของในแต่ละท้องถิ่น

      ความหมายของ ธง ในที่นี้เป็นความหมาย ธง โดยทั่วไปและเลือกขยายความประเภทธุงตามที่ปรากฏ ลักษณะเฉพาะตามแบบของอีสาน เพื่อให้กระชับและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการไว้ ดังนี้ ธง นั้น มาจากคำบาลี-สันสกฤต คือ ธช, ธฺวช แปลตามศัพท์ว่า “ผ้าที่สะบัดไป” หมายถึง ธงทั่วไป ซึ่งใช้ เป็น สัญลักษณ์ , เครื่องหมาย, เครื่องแสดง, เครื่องสังเกต ส่วนคำว่า ธง ตามความหมายในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน กล่าวว่า ธง น. ผืนผ้าสี่เหลี่ยมหรือสามเหลี่ยม โดยมากเป็นสีและบางอย่างมีลวดลายเป็นรูปต่าง ๆ ที่ทำด้วย กระดาษ และสิ่งอื่น ๆ ก็มี สำหรับ 1) ใช้เป็นเครื่องหมายบอกชาติ ตำแหน่งในราชการ โดยมีกำหนดกฎเกณฑ์เป็น ต้น เช่น ธงชาติ ธงแม่ทัพนายกอง 2) ใช้เป็นเครื่องหมายตามแบบสากลนิยม เช่น ธงกาชาด บอกที่ตั้งกองบรรเทา ทุกข์, ธงขาว บอกความจำนนขอหย่าศึกหรือยอมแพ้, ธงเหลือง บอกเป็นเรือพยาบาลคนป่วยหรือเรือที่มีโรคติดต่อ อันตราย, ธงแดง บอกเหตุอันเป็นภัย 3) ใช้เป็นเครื่องหมายเรือเดินทะเล คณะ สมาคม อาคาร การค้า และอื่น ๆ 4) ใช้เป็นอาณัติสัญญาณ 5) ใช้เป็นเครื่องตกแต่งสถานที่ในงานรื่นเริง 6) ใช้ถือเข้าขบวนแห่ (ราชบัณฑิตยสถาน, 2556)

     สำหรับสารานุกรมภาษา อีสาน-ไทย-อังกฤษ ของ ปรีชา พิณทอง ได้ให้ความหมายเกี่ยวกับ ธง ไว้ว่า ทุง น. ธง ธงเรียก ทุง ทุงทำด้วยกระดาษเรียก ทุงกระดาษ ที่ทำด้วยผ้าเรียก ทุงผ้า ที่ทอด้วยผ้าใช้ไม้ไผ่สาน เรียก ทุงช่อ ที่ทำเพื่อใช้ในเวลารบ เรียก ทุงชัย (ปรีชา พิณทอง, 2532: 410

     ธุงในวัฒนธรรมอีสานมีความหลากหลายทั้งในด้านวัสดุ ลวดลาย และบทบาทหน้าที่ แม้คำว่า “ธุง” จะไม่ปรากฏในภาษาสากล แต่มีรากศัพท์มาจากภาษาบาลี-สันสกฤต คือ “ธช” และ “ธฺวช” วัฒนธรรมการใช้ธุงของภาคอีสานมีความคล้ายคลึงกับวัฒนธรรมล้านนาทางภาคเหนือ ทั้งในแง่ของการเรียกขานและการใช้ในประเพณีพิธีกรรมต่าง ๆ เนื่องจากวัฒนธรรมล้านนามีความเข้มแข็งและเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะจุดขายด้านการท่องเที่ยว ส่งผลให้คนอีสานบางส่วนเรียก “ธุง” ว่า “ตุง” ตามการรับรู้ของคนส่วนใหญ่ในประเทศ ซึ่งเป็นการใช้คำที่ไม่ถูกต้องตามวัฒนธรรมดั้งเดิมของอีสาน (วีณา วีสเพ็ญ และณรงค์ศักดิ์ ราวะรินทร์, 2562: 4)

     ธุงอีสานมีลักษณะเด่นคือการทอเป็นผืนยาว ประดับด้วยรูปสัตว์หรือภาพต่างๆ ตามความเชื่อ ปัจจุบันมีการประยุกต์ใช้วัสดุหลากหลาย เช่น ไม้ไผ่ เส้นพลาสติก ริบบิ้น กก/ไหล และตกแต่งด้วยลูกปัดดอกไม้พลาสติก โดยมีขนาดตั้งแต่เล็กจนถึงใหญ่ การผลิตธุงอีสานผสมผสานระหว่างความเชื่อและหลักสุนทรียศาสตร์ ชาวบ้านนิยมถวายธุงเป็นพุทธบูชาด้วยความเชื่อว่าจะช่วยให้พ้นจากการตกนรก โดยสามารถเกาะชายธุงขึ้นสวรรค์ พบพระศรีอริยเมตไตรย หรือบรรลุนิพพาน จึงมีประเพณีการถวายธุงให้วัดอย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต ความเชื่อเรื่องอานิสงส์ของการถวายธุงฝังรากลึกในวัฒนธรรมอีสาน ถึงขนาดมีผู้กล่าวว่า “การถวายธุงให้วัดได้บุญมากกว่าการถวายสิ่งอื่น” ส่งผลให้พบเห็นธุงจำนวนมากภายในวัดสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อที่คล้ายคลึงกันของชาวอีสานเกี่ยวกับธุงและอานิสงส์ของการถวายธุง ตามตำนานความเชื่อ ธุงมีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล โดยเริ่มจากการที่ประชาชนใช้ผ้าผืนยาวแขวนบนปลายไม้ไผ่ในพิธีแห่พระเวสสันดรเข้าเมือง ปัจจุบันจึงมีการสืบทอดประเพณีนี้ในงานบุญผะเหวดและงานบุญอื่น ๆ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการจัดงาน นอกจากนี้ยังมีการพัฒนารูปแบบของธุงโดยเพิ่มเติมภาพและลวดลายตามความเชื่อในด้านสุนทรียศาสตร์ ธุงสะท้อนธรรมชาติของมนุษย์ที่ให้ความสำคัญกับความงาม โดยเฉพาะความงามที่เกิดจากความศรัทธา ส่งผลให้ธุงในภาคอีสานมีความงามที่หลากหลายตามความนิยมของแต่ละท้องถิ่น (ประทับใจ สิกขา, 2555: 3)

Scroll to Top