“แต่งกายพื้นถิ่น กินของพื้นบ้าน” ร่วมสืบสานเทศกาลแห่ธุงพญานาคด้วยแนวคิด Local สู่เลอค่า
จังหวัดบึงกาฬเป็นอีกหนึ่งในพื้นที่ชุมชนอีสานลุ่มน้ำโขงของไทยที่นับว่ามีความหลากหลายของแหล่ง ทรัพยากรทางธรรมชาติที่แวดล้อมไปด้วยภูเขา ป่าไม้ ท้องทุ่ง รวมถึงแหล่งน้ำ ซึ่งล้วนแต่เอื้ออำนวยประโยชน์ ต่อวิถีการดำรงชีวิตของผู้คน และด้วยความสำคัญดังกล่าวนี้ในหลายพื้นที่ชุมชนของท้องถิ่นจึงปรากฏให้เห็นถึง ร่องรอยความสัมพันธ์ระหว่างคนกับธรรมชาติภายใต้เรื่องราวที่มีความเกี่ยวโยงกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในวิถีวัฒนธรรมของชุมชน ด้วยในแง่วิถีการดำรงชีวิตของผู้คนที่ยังคงต้องพึ่งพาธรรมชาติอยู่เป็นหลักใหญ่ จึงก่อให้เกิดวิถีชีวิตที่ผูกพันกับธรรมชาติและอำนาจเหนือธรรมชาติภายใต้วิธีคิดและโลกทัศน์ความเชื่อต่าง ๆ ดังที่ ปฐม หงษ์สุวรรณ (2560: 22) ได้นำเสนอให้เห็นว่า ผู้คนในสังคมไทยมีแนวคิดที่เนื่องด้วยเรื่องการ เคารพและให้ความสำคัญต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในฐานะที่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์และมีพลังอำนาจเหนือ ธรรมชาติมาเนิ่นนานแล้ว ซึ่งเป็นเหตุผลทำให้ผู้คนในสังคมได้มีการสร้างสรรค์วัฒนธรรมของตนเพื่อสื่อสารให้ ผู้คนในชุมชนท้องถิ่น ได้ตระหนักรู้ถึงคุณค่าและความสำคัญของแหล่งธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ทั้งนี้ เรื่องราวที่ปรากฏมีความสัมพันธ์กับวิถีของชุมชนนั้นถือเป็นมวลประสบการณที่ถูกรังสรรค์ขึ้นเพื่อ สะท้อนให้เห็นถึงเรื่องราว ความสัมพันธ์ระหว่างสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติกับบริบททางสังคมวัฒนธรรม ของผู้คน ภายใต้การประกอบ สร้างความหมายเกี่ยวกับภูมิทัศน์วัฒนธรรมซึ่งภูมิทัศน์วัฒนธรรมนั้นเป็นการ ผสมผสานเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์และธรรมชาติได้อย่างลงตัว เป็นสิ่งที่สะท้อนและบอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับเอกลักษณ์ของท้องถิ่น ชุมชน วิถีชีวิต ประวัติศาสตร์ ศาสนา วัฒนธรรม ความเชื่อและ ปรากฏการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทั้งในอดีตและปัจจุบันได้เป็นอย่างดี (เปรมปรีดา ทองลา, 2555: 3)
“พญานาค”ความเชื่อและศรัทธา ดินแดนแห่งลุ่มน้ำโขง มีความเชื่อเรื่องพญานาคกันมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่บรรพบุรุษสืบทอดต่อมาจนถึงปัจจุบัน เห็นได้จากวัดวาอาราม หรือสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ในเขตแดนที่ ติดกับแม่น้ำโขง มักจะมีพญานาคองค์ต่าง ๆ ให้เคารพบูชาและแวะเวียนมาสักการะเช่น พญาศรีสัตนคราช ในจังหวัดนครพนม หรือองค์ปู่ศรีสุทโธ ในจังหวัดอุดรธานี และสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดบึงกาฬ เช่น “ถ้ำนาคา” และเมื่อมีมติ ครม.เห็นชอบให้นาคเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติ ประเภทสัตว์ในตำนาน ซึ่งเป็น การประกาศในเชิงสัญลักษณ์ ด้วยเหตุผลเพื่อสร้างให้เกิดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และวัฒนธรรม ของชาติ อีกทั้งเป็นการต่อยอด Soft Power ในการนำทุนทางวัฒนธรรมมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและนำรายได้เข้าประเทศ จึงเป็นโอกาสที่จะใช้โอกาสนี้หนุนเสริมและสร้างทุนทาง วัฒนธรรมที่ตอบสนองต่อการพัฒนาและยกระดับในทุก ๆ มิติ โดยเฉพาะเรื่องความเชื่อของพญานาคใน ดินแดนลุ่มน้ำโขงกับสัญลักษณ์ แห่งพิธีกรรม ความเชื่อของคนอีสานที่เรียกว่า “ธุง”
“ธุง” มีบทบาทในวิถีวัฒนธรรมเป็นอย่างมากของชุมชนในภาคอีสานในพิธีกรรมทางศาสนา และยังพบธุงอยู่ในวรรณกรรมต่าง ๆ ธุง จึงเป็นเครื่องประกอบพิธีกรรมสำคัญของชาวอีสานมาอย่างยาวนาน เชื่อกันว่าสามารถใช้ป้องกันสิ่งเลวร้ายหรือสิ่งไม่ดีที่มองไม่เห็น ภูตผีวิญญาณต่าง ๆ ที่จะมารบกวนงานบุญ หากเห็นธุงแล้วจะถอยออกไป พร้อมกันนั้นยังเป็นการบอกกล่าวบวงสรวงเทพยดาในพื้นที่ว่ามีการทำบุญ และ มีพิธีการสำคัญให้มาช่วยปกป้องคุ้มครอง ธุงของอีสานนิยมทอเป็นผืนยาว ๆ มีรูปสัตว์หรือรูปภาพต่าง ๆ ตามความเชื่อบนผืนธุง เช่น จระเข้ เสือ ตะขาบ นางเงือก เทวดา และอื่น ๆ นอกจากนั้นยังมีการดัดแปลงวัสดุธรรมชาติอื่นมาเป็นธุงด้วย เช่น ลูกปัดจากเมล็ดพืช ไม้แกะรูปทรงต่าง ๆ เส้นใยของพืชนำมาถักทอ เป็นต้น ดังนั้นจะเห็นได้ ว่า ธุง นั้นเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของคนในชุมชนหลากหลายมิติ เช่น (1) มิติของความเชื่อและความศรัทธา (2) มิติของภูมิปัญญาการสืบทอดคุณค่า และความหมาย (3) งานหัตกรรมพื้นบ้าน (4) งานสร้างสรรค์ในชุมชน (5) งานฝีมือในเชิงพาณิชย์ (6) สัญลักษณ์ในงานประเพณี (7) งานศิลปกรรม และ (8) มรดกทางวัฒนธรรม (ประทับใจ สุวรรณธาดา, 2561) แม้กาลเวลาและกระแสแห่งความเปลี่ยนแปลงในสังคมสมัยใหม่จะพัดพาให้วิถีชีวิตดั้งเดิมของผู้คนแปรเปลี่ยนไป ทว่า “ธุง” ในฐานะสัญลักษณ์ทางความเชื่อและมรดกทางวัฒนธรรม ของชาวผู้ไท ยังคงดำรงอยู่ในความทรงจำและศรัทธาของผู้คนในตำบลหนองพันทา โดยเฉพาะในพื้นที่ผู้ไท บ้านโพนทองหากแต่สิ่งที่แปรเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน คือ “ความถี่และบทบาทของการทอธุงในชีวิตประจำวัน ของชาวบ้าน” ที่ลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับอดีต จากครั้งหนึ่งที่การทอธุงเป็นกิจกรรมสำคัญ ของหญิงผู้ไทในครัวเรือน เป็นทั้งศิลปะ งานฝีมือ และเครื่องมือสื่อสารกับโลกแห่งความเชื่อ ปัจจุบัน การทอธุง กลับเหลืออยู่เพียงในบางโอกาสสำคัญหรือพิธีกรรมเฉพาะทางเท่านั้น ดังเช่นความพยายามของชุมชนและหน่วยงานต่าง ๆ ที่เริ่มเห็นความสำคัญของภูมิปัญญาท้องถิ่น และผลักดันให้ธุงกลายเป็นทั้ง “มรดกทาง วัฒนธรรม” และ “ทุนสร้างสรรค์ร่วมสมัย” ผ่านเทศกาล งานแสดง และการออกแบบสมัยใหม่ที่ยังคงเคารพ ต่อรากเดิม และในจังหวัดบึงกาฬนั้นจากการสืบค้นข้อมูลมีประเพณีวัฒนธรรมเกี่ยวกับ ธุง น้อยมากและยังไม่มีการสืบค้นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษที่มอบให้ไว้ ดังนั้นการสืบค้นร่วมกับชุมชนที่มีความพยายามที่จะรื้อฟื้น “ธุง”ซึ่งเป็นมรดกภูมิปัญญานั้นจึงเป็นบทบาทที่มาหวิทยาลัย ชุมชนและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต้องร่วมมือร่วมแรงร่วมใจในการศึกษาเพื่อรักษาทุนทางวัฒนธรรมนี้เอาไว้ แต่อย่างไรก็ตามยังพบว่าชุมชนหนึ่งในเขตตำบลหนองพันทา อำเภอโซ่พิสัย ยังคงมีประเพณีที่น่าสนใจและสามารถพัฒนาต่อยอดเพื่อสร้างเป็นเทศกาลวัฒนธรรมให้เกิดขึ้นและเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่มีพื้นที่อยู่แล้วนั้น นั่นคือ การจัดงานสืบสานตำนานแห่ธุง พญานาคศิลปะลุ่มน้ำโขง “เทศกาลแห่งศรัทธา” ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนจากภาคีเครือข่ายในพื้นที่ และเป็นโอกาสของชุมชน โดยมีความสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการสนับสนุนและผลักดัน “Soft Power”ความเป็นไทยและเชื่อมโยงกับทุนทางวัฒนธรรมในท้องถิ่นด้านงานฝีมือและหัตถกรรม ศิลปะการแสดง อาหาร พื้นบ้านและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ซึ่งเดิมเคยมีอยู่ในพื้นที่และได้เลือนหายไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของบริบทต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชุมชน ดังนั้นถือเป็นโอกาสที่ดีในการพัฒนาเทศกาลวัฒนธรรมร่วมสมัยที่ยกระดับให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายไปสู่ระดับชาติและนานาชาติผ่านงานวัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย โดยใช้แนวคิด 5Fซึ่งเป็นนโยบายที่สำคัญของรัฐบาล และผสมผสานแนวคิด Local สู่เลอค่า ของนายสุทธิพงษ์ สุริยะ ผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์มีชีวิต จังหวัดบึงกาฬ ซึ่งเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญและได้รับรางวัลในระดับนานาชาติประเภทอาหารพื้นบ้านจากLOCAL สู่เลอค่า สาขา Food Styling และ สาขา Design ของสถาบัน Gourmand Awards ซึ่งจะเป็นการนำ “ธุง” และ “พญานาค” มาต่อยอดและสร้างสรรค์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเพื่อสร้างรายได้
