ประวัติศาสตร์ หนองพันทา
ประมาณปี พ.ศ.2412 นั้นเริ่มมีร่องรอบการอพยพมีผู้คนมาอยู่อาศัยโดยความเป็นมาของบ้านหนองพันทา เดิมหมู่บ้านชื่อ “หนองพรานทา” ตามตำนานเล่าว่า มีสองพี่น้องชื่อตู้พรานทาและตู้สมเดินทางมาหาที่ทำมาหากินได้มาพบพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์มีหนองน้ำขนาดใหญ่เหมาะกับการทำไร่ทำนา ตู้พรานทาและตู้สมต่างทำนาข้าวมีวันหนึ่งช้างได้มากินต้นข้าวในนาตู้พรานทาแต่ไม่ไปกินข้าวในนาตู้สม ทำให้ตู้พรานทาโกรธมากคิดว่าตู้สมไล่ช้างมากินข้าวในนาตัวเอง วันต่อมาได้ไปแอบดูและเห็นช้างมากินข้าวในนาจึงไปไล่ช้างออกจากที่นาตัวเอง ทำให้ตู้พรานทาถูกช้างเหยียบตายที่บริเวณหนองน้ำใหญ่ชาวบ้านจึงเรียกบริเวณนั้นว่า “หนองพรานทา” และถูกเรียกในปัจจุบันว่า “บ้านหนองพันทา”
ช่วงเวลาสำคัญ
ก่อนปี 2412 มีการอพยพจากกลุ่มชาติพันธุ์ลาว (อพยพมาจาก เข้ามาในพื้นที่เพื่อตั้ง ถิ่นฐาน เนื่องจากมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์)
ปี 2412 – 2500 ตั้งชุมชนโดยกลุ่มชาติพันธุ์ลาว (ตู้พรานทาและตู้สม) ชาวบ้านทำไร่ทำนาหาของป่า
ปี 2500 – 2544 การเข้ามาของนายทุนในการทำสัมปทานป่าไม้ ความเจริญด้านสาธารณูปโภค เกิดการย้ายถิ่นของ กลุ่มชาติพันธุ์ภูไท ที่อพยพมาจาก อำเภอศรีธาตุจังหวัดอุดรธานี (มีความสามารถด้านการทอผ้าฝ้าย ผ้าไหม เดิมทีมีการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม และวิถีชีวิตอาหารพื้นถิ่นแบบภูไท) เข้ามาอยู่บ้านขนตาช้าง เนื่องจากมีหญ้าขนตาช้างจำนวนมาก และใน พ.ศ. 2509 จึงเปลี่ยนชื่อบ้านเป็นบ้านโพนทองในปัจจุบัน
ปี 2525 – 2544 เริ่มปลูกยางพาราโดยบ้านหนองพันทาและขยายไปยังพื้นที่อื่น ๆ ในอำเภอโซ่พิสัย
ปี 2545 – ปัจจุบัน สร้างชื่อเสียงด้วยผลิตภัณฑ์จักสานกระติบข้าวจากคล้า และได้จดรับรองผลิตภัณฑ์ โอทอป (OTOP)
ปี 2561 ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต บ้านขี้เหล็กใหญ่ ตำบลหนองพันทา อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ
ปี พ.ศ. 2565 มีการจัดเทศกาลแห่รุงพญานาคขึ้นครั้งแรก
