ความเชื่อและคุณค่าของธุงอีสาน

ชาวอีสานมีความเชื่อว่าการถวายธุงให้วัดจะได้กุศลแรง เนื่องจากธุงถือเป็นของสูงในพิธีกรรมและมักใช้ในงานบุญสำคัญ โดยเฉพาะการถวายเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ผู้ตายจะได้บุญมาก ด้วยเหตุนี้ ผ้าธุงที่ถวายวัดจึงมักมีการเขียนหรือปักชื่อทั้งผู้ตายและผู้อุทิศส่วนกุศล ความเชื่อเกี่ยวกับธุงของคนอีสานแบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ

          1. การทำบุญถวายธุงจะทำให้ผู้ถวายอยู่เย็นเป็นสุขและเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต

          2. การให้ทานด้วยการถวายธุงจะช่วยให้วิญญาณผู้ตายหลุดพ้นจากนรกหรือวิบากกรรม

          ความเชื่อเกี่ยวกับการนำธุงมาใช้ เชื่อว่า 1) การปักหรือแขวนธุงในเขตงานบุญเป็นการบอกกล่าวหรือเป็น สัญลักษณ์ให้ผู้คน รวมทั้งสิ่งที่มองไม่เห็นได้รับรู้สถานที่แห่งนี้กำลังมีงานบุญ บางแห่งได้เย็บกระเป๋าติดกับตัวธุง สำหรับใส่เงิน ดอกไม้และอื่น ๆ ไว้ด้วย ส่วนความเชื่อเกี่ยวกับการใส่เงินอาจมีแตกต่างกันไปบ้าง เช่น บางแห่งเชื่อ ว่าเป็นการส่งเงินให้คนหรือญาติที่ตายไปแล้ว บางแห่งบอกว่าให้กับเจ้ากรรมนายเวร 2) การปักหรือแขวนธุงเป็น การป้องกันพญามารมารบกวนเขตพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อที่สืบต่อกันมา 3) การปักหรือแขวนธุงเป็นการ ตกแต่งสถานที่งานบุญที่สำคัญที่เคยยึดถือสืบต่อกันมาจนเป็นประเพณี (มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, 2554: [ออนไลน์])

          ความเชื่อเกี่ยวกับธุง เป็นความเชื่อส่วนบุคคล อาจไม่เหมือนกัน เช่น  1) ด้านพิธีกรรมและการป้องกัน ธุงเป็นสัญลักษณ์ของการทำบุญและการบอกกล่าวบวงสรวงเทพยดา เป็นเครื่องหมายแห่งชัยชนะและป้องกันพญามารมิให้มารบกวนงานบุญ ช่วยป้องกันสิ่งชั่วร้าย วิญญาณ และสิ่งที่มองไม่เห็น 2) ด้านความเชื่อเกี่ยวกับชาติภพ การถวายธุงช่วยให้ได้เกาะชายผ้าขึ้นสวรรค์ หากเกิดเป็นหญิงจะมีรูปงามและขายาวสะบัดเหมือนธุง และหากเกิดเป็นชายจะมีรูปร่างสูงโปร่งสง่างาม 3) ด้านอานิสงส์และการทำบุญ การใส่เงินในธุงจะนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรือง การถวายธุงในเดือนเมษายนช่วงสงกรานต์จะได้บุญ ความงาม และความร่มเย็น และสามารถอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับโดยการนำข้าวต้มและเงินแขวนที่หางธุง (ประทับใจ สิกขา, 2555: 5)

          ธวัช ปุณโณทก (2542) ได้อธิบายการใช้ธุงประดับในพิธีต่าง ๆ สรุปได้ว่าธุงนั้นใช้ทั้งงานมงคลและงานอวมงคล แต่งานอวมงคลใช้ไม่มากนัก ส่วนใช้งานมงคลและที่เด่นชัดที่สุด คือ งานบุญพระเวสส์ (บุญผะเหวด) หรืองานเทศน์มหาชาติธุงพระเวสส์ (ธงบุญมหาชาติ) ธุงพระเวสส์ คือธุงที่ปักบริเวณที่มีงานบุญพระเวสส์ 4 มุมหรืออาจทั้ง 8 ทิศ เพื่อแสดงขอบเขตของพิธีกรรม และยังเป็นเครื่องหมายแสดงว่าวัดนี้กำลังมีงานบุญพระเวสส์ (เทศน์มหาชาติ) เนื่องจากความเชื่อที่ว่าทุงชนิดนี้กระทำขึ้นเพื่อเป็นพุทธบูชาองค์พระราชา พระมหากษัตริย์ แม่ทัพเวลาออกรบทัพจับศึก ปราบอริราชศัตรู นอกจากนำพระพุทธรูปอันเป็นอุเทสิกเจดีย์ คือสิ่งที่ระลึกถึงคุณงามความดีของพระพุทธองค์ เอาไปประดิษฐานไว้แหย่งช้าง-สัปคับช้าง เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ เพื่อความสวัสดีและความมีโชคชัยแล้ว ยังนำธุงชนิดนี้ไปด้วย จึงเรียกธุงชนิดนี้ว่า ธุงชัย ธุงพระเวสส์

สำหรับแนวปฏิบัติการใช้ธุง โดยธุงถือเป็นสัญลักษณ์งานบุญประเพณีหากยกขึ้นแสดงถึงศรัทธาทำบุญ ประกาศให้เทวดาอารักษ์ทั้งหลายได้รับรู้ สมัยก่อนใช้การจุดพลุให้สว่างคนอีสานนิยมใช้ธุงในงานบุญผะเหวด บุญกฐิน บุญอัฐถะ (แจกข้าว) ผ้าป่า งานบวช บุญสงกรานต์ ปีใหม่ ใช้ประดับวัด ฯลฯ  ส่วนการถวายธุง จะถวายเมื่อไหร่ก็ได้ เช่น บุญกฐิน บุญแจกข้าว (เดือน 3-4) ชาวบ้านจะทอธุงถวาย ปักไว้ 3 คืนจึงจะเก็บ แล้วถวายวัด เมื่อมีงานบุญผะเหวดก็จะนำธุงมาปักอีกครั้ง หรือเมื่อมีงานบุญวัดต่าง ๆ ก็จะนำมาประดับตกแต่ง ซึ่งคนอีสานใช้ธุงเนื่องในงานบุญผะเหวด เทศน์มหาชาติปัก/แขวนธุง เพื่อให้เทพยดารับรู้ว่า บ้านนี้ เมืองนี้การทำบุญมหาชาติใช้ธุงเนื่องในงานบุญมหาชาติ บางพื้นที่ในภาคอีสาน นอกจากงานบุญมหาชาติแล้วยังใช้ในงานบุญกฐินบุญข้าวจี่ บุญอัฐถะหรือบุญแจกข้าว โดยธุงชัย หรือ ธุงผะเหวด เป็นธุงที่ใช้ในงานบุญผะเหวดเทศน์มหาชาติ ใช้ 8 หาง ปัก 8 ทิศ ได้แก่ บูรพา อาคเนย์ ทักษิณ หรดี ปัจฉิม พายัพ อุดร และอีสาน บริเวณรอบนอกศาลาการเปรียญ หรือสถานที่ประกอบพิธีกรรม บางครั้งใช้ในงานบุญกฐิน บุญอัฐถะ เป็นงานที่ชาวบ้านทำด้วยศรัทธาทอขึ้นมาเอง เพื่อถวายวัดเป็นพุทธบูชางานบุญผะเหวด เป็นงานบุญประเพณีตามคติความเชื่อของชาวอีสาน กำหนดจัดงานในช่วงเดือนสี่ ซึ่งชาวพุทธได้ปฏิบัติสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน (ประทับใจ สิกขา, 2555: 6)

          ธุงในวัฒนธรรมอีสานมีคุณค่าหลายด้านที่สะท้อนวิถีชีวิตและความเชื่อของชาวอีสาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณค่าทางพุทธศาสนา ซึ่งแสดงออกผ่านการใช้ธุงเป็นเครื่องพุทธบูชาและสื่อธรรมะในงานบุญประเพณีต่าง ๆ ธุงทำหน้าที่เป็นสื่อกลางเชื่อมโยงระหว่างโลกมนุษย์และโลกแห่งวิญญาณ สะท้อนให้เห็นถึงระบบความเชื่อที่ซับซ้อนของชาวอีสาน พร้อมทั้งธุงแสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาในการทอผ้าและงานหัตถศิลป์ที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ รวมถึงความสามารถในการสร้างสรรค์ลวดลายและการใช้สีที่งดงาม อีกทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของความสามัคคีในชุมชน เนื่องจากการผลิตและการใช้ธุงมักเกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจของคนในชุมชน และธุงยังมีคุณค่าในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์ของชาวอีสาน แสดงให้เห็นถึงการผสมผสานระหว่างความเชื่อ ศิลปะ และวิถีชีวิตที่สืบทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น

 

ในปัจจุบัน ธุงยังมีคุณค่าทางเศรษฐกิจ โดยได้รับการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมที่สร้างรายได้ให้แก่ชุมชน และเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ในฐานะสื่อการเรียนรู้ที่ช่วยถ่ายทอดความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมอีสานให้แก่คนรุ่นใหม่ และที่สำคัญ ธุงเป็นสัญลักษณ์ของการสืบสานและรักษาวัฒนธรรมท้องถิ่น ช่วยธำรงรักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาวอีสานให้คงอยู่ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสังคมสมัยใหม่

ที่มา : ศรัทธา ลาภวัฒนเจริญ, 2567

ประเภทและลักษณะของธุงอีสานในตำบลหนองพันทา

        ธุงในภาคอีสานมีความหลากหลายทางรูปแบบตามพื้นที่ โดยมีพัฒนาการมาจากความถนัดในการทอผ้าพื้นเมืองของแต่ละท้องถิ่น พื้นที่ที่มีความชำนาญในการทอผ้าขิดก็จะใช้เทคนิคนี้ในการสร้างลวดลายบนผืนธุง ส่วนพื้นที่ที่ถนัดการทอผ้าขาวม้าก็จะนำลักษณะลายผ้าขาวม้ามาประยุกต์ใช้ รูปทรงของธุงในแต่ละท้องถิ่นเกิดจากการสืบทอดความนิยมจากรุ่นสู่รุ่น บางพื้นที่นิยมทำเป็นผืนผ้ายาวทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ในขณะที่บางพื้นที่นิยมตัดเย็บให้มีหางและกระเป๋าสำหรับใส่ดอกไม้และเงิน การสืบทอดรูปแบบเฉพาะเหล่านี้ได้กลายเป็นอัตลักษณ์ประจำถิ่นที่โดดเด่นของแต่ละพื้นที่

          ธวัช ปุณโณทก ได้อธิบายการใช้ธุงประดับในพิธีต่าง ๆ ซึ่งได้ถูกอธิบายไว้ในหนังสือสารานุกรมวัฒนธรรม ไทยภาคอีสาน เล่ม 6 (2542: 1869-1871) สรุปได้ว่า ธุงนั้นใช้ทั้งงานมงคลและงานอวมงคล แต่งานอวมงคล ใช้ไม่มากนัก ส่วนใช้งานมงคลและที่เด่นชัดที่สุดจะขาดเสียมิได้ คือ งานบุญพระเวสส์ (บุญผะเหวด) หรืองานเทศน์ มหาชาติ

1. ธุงพระเวสส์ หรือ ธุงผะเหวด (ธงบุญมหาชาติ)

ธุงพระเวสส์ (ธงบุญมหาชาติ) ธุงพระเวสส์ คือธุงที่ปักบริเวณที่มีงานบุญพระเวสส์ 4 มุม หรืออาจทั้ง 8 ทิศ เพื่อแสดงขอบเขตของ พิธีกรรม และยังเป็นเครื่องหมายแสดงว่าวัดนี้กำลังมีงานบุญพระเวสส์ (เทศน์มหาชาติ) อีกด้วย ธุงพระเวสส์นี้จะปักอยู่นอกอาคารศาลาโรงธรรม หรือศาลาการเปรียญที่ใช้เป็นสถานที่เทศน์มหาชาติ ใช้ไม้ไผ่ขนาดเล็ก (ไม้รวก) ทั้งต้นเป็นเสาธุง โดยเหลือกิ่งก้าน และใบไผ่ส่วนที่อยู่ปลายยอดไม้รวก เพื่อความสวยงาม และใช้ธุงพระเวสส์ห้อย อยู่ที่เสาไม้รวกนี้ทั้ง 4 หรือ 8 ธุง

เนื่องจากความเชื่อที่ว่าธุงชนิดนี้กระทำขึ้นเพื่อเป็นพุทธบูชาองค์พระราชา พระมหากษัตริย์ แม่ทัพเวลา ออกรบทัพจับศึกปราบอริราชศัตรู นอกจากนำพระพุทธรูปอันเป็นอุเทสิกเจดีย์ คือสิ่งที่ระลึกถึงคุณงามความดีของ พระพุทธองค์ เอาไปประดิษฐานไว้แหย่งช้าง – สัปคับช้าง เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ เพื่อความสวัสดีและความมี โชคชัยแล้ว ยังนำธุงชนิดนี้ไปด้วย จึงเรียกธุงชนิดนี้ว่า ธุงชัย

ธุงพระเวสส์ กว้างประมาณ 1 ฟุต ยาว 2 – 3 เมตร ส่วนชายด้านล่างอาจจะใช้ดอกไม้ประดับชายธุงเพื่อ ความสวยงาม หรืออาจจะใช้ดอกไม้สี (กระดาษสี ผ้าสี) ประดับก็มี

ผ้าที่ใช้ทำธุงพระเวสส์นี้ทอเพื่อใช้เป็นธุงพระเวสส์โดยเฉพาะ นั่นคือจะทอเป็นผ้าตาห่าง ๆ เหมือนกับผ้ามุ้ง โดยร้อยด้ายเส้นยืน ที่เรียกว่า “ด้ายเครือ” ห่างกว่าทอผ้าทั่วไป ส่วนด้ายเส้นพุ่งจะทอไม่แน่น คือให้เส้นด้ายห่าง เหมือนตามุ้ง วิธีทอผ้าธุงพระเวสส์ จะต้องวางลวดลายไปพร้อมกับการทอด้วย นั่นคือส่วนใดที่จะใช้เส้นด้าย ส่วน ใดที่จะใช้ตอก (ตอกไม้ไผ่บาง ๆ กว้างประมาณ 1 เซนติเมตร ยาวเท่ากับส่วนกว้างของผ้า) การที่ใช้ตอกเป็น เส้นด้ายนี้เพื่อทำลวดลายเป็นห้อง ๆ และเป็นรูปสัตว์ (ปลาตะเพียน ช้าง) รูปลายเรขาคณิต ฯลฯ โดยใช้ตอกไม้ไผ่ เป็นลวดลายสลับกับด้ายเส้นพุ่ง

          สีธุงพระเวสส์ ส่วนใหญ่นิยมเป็นสีพื้น เพื่อที่จะให้เห็นลวดลายตอกไม้ไผ่ได้ชัดเจนหรืออาจจะทอสีสลับกัน เป็นตอน ๆ เพื่อให้ลวดลายตอกไม้ไผ่เด่นก็มี หรืออาจจะทอผ้าให้แน่นสลับสีเป็นตอน ๆ ก็มี

          ธุงพระเวสส์จะนำมาผูกติดกับเสาไม้รวก ให้ชายล่างห้อยลงมา ส่วนที่เสาสูงจากพื้นดิน ประมาณ 1.20  เมตร จะมีตะกร้าไม้ไผ่สาน หรือไม้ไผ่ผูกติดอยู่ทุกเสา เพื่อใช้เป็นที่ใส่ข้าวพันก้อนและดอกไม้ อันเป็นส่วนหนึ่งของ พิธีกรรม

2. ธุงพันหาง

     ธุงพันหาง หรือธุงเศษผ้า เป็นธุงที่มีลักษณะเป็นผืนผ้าและมีชายผ้าหรือเศษผ้าต่อเป็นหางระย้าจำนวนพันชิ้นหรือพันหาง ทำให้เมื่อลมพัดจะเกิดการพลิ้วไหวสวยงาม วิธีการทำเริ่มจากการเตรียมผ้าผืนหลักซึ่งอาจเป็นผ้าฝ้าย ผ้าไหม หรือผ้าชนิดอื่นๆ ตัดให้ได้ขนาดตามต้องการ จากนั้นเตรียมเศษผ้าหลากสีที่จะใช้ทำหาง นำเศษผ้ามาตัดเป็นเส้นยาว ๆ ให้มีความยาวและความกว้างใกล้เคียงกัน อาจใช้ผ้าสีต่างๆ เพื่อสร้างความสวยงาม การจัดวางสีของเศษผ้าอาจทำได้หลายแบบ เช่น จัดสลับสี ไล่โทนสี หรือจัดแบบสุ่มเพื่อสร้างลวดลายที่น่าสนใจ  ส่วนบนของธุงมักเย็บเป็นช่องสำหรับสอดไม้หรือเชือกเพื่อใช้แขวน บางครั้งอาจเพิ่มกระเป๋าเล็กๆ สำหรับใส่เงินหรือดอกไม้ ธุงพันหางนิยมใช้ในงานบุญประเพณีต่าง ๆ โดยเฉพาะงานบุญผะเหวดและงานบุญกฐิน เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา การทำธุงพันหางเป็นงานที่ต้องใช้ความประณีตและความอดทน เพราะต้องตัดและผูกเศษผ้าจำนวนมาก แต่ผลงานที่ได้จะมีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์

3. ธุงช่อ

มนัส สุขสาย (2546) ได้อธิบายธุงชนิดนี้ว่าทำด้วยผ้าฝ่าย – ผ้าไหม หรือกระดาษ (เจี้ย) โดยทำเป็นรูป สามเหลี่ยม    กว้าง 15 ซ.ม. ยาว 30 – 35 ซ.ม. และนำไปติดที่ซีกไม้ไผ่ ซึ่งยาว 100 – 120 ซ.ม. ธุงช่อนิยมปักตามเจดีย์ทรายในเทศกาลบุญสงกรานต์ (เจดีย์ทรายองค์ใหญ่ซึ่งทำไว้ตรงกลางเจดีย์บริวาร นั้นจะปักด้วยธุงพระเวสส์ – ธุงชัย) ธุงช่อปักทั่ว ๆ ไป ตามเจดีย์ประธาน และยังปักกลางเจดีย์ทรายบริวาร ธุงที่ใช้งานอวมงคล เรียกว่า “ธุงบุญแจกข้าว” (บุญแจกข้าว คือ บุญอุทิศกุศลแก่ผู้วายชนม์ที่ได้ปลงศพไปได้ ระยะหนึ่งญาติมิตรพี่น้องได้ทำบุญอุทิศส่วนกุศลส่งให้ เชื่อกันว่าวิญญาณจะไม่สงบสุขหรืออดอยาก หากญาติพี่น้อง ไม่ทำบุญอุทิศให้)

4. ธุงบุญแจกข้าว หรือ ธุงแจกข้าว

คือธุงผ้าแถบยาวที่ปักไว้บริเวณวัดหรือรั้ววัดเพื่อแสดงถึงว่ามีการอุทิศกุศลในบุญแจกข้าว และเพื่อแจ้งให้ ภูตผีและวิญญาณทราบว่า ขณะนี้ได้มีการบำเพ็ญกุศลบุญแจกข้าว ให้ภูตผีวิญญาณมารับแบ่งส่วนบุญกุศลโดยทั่วกัน โดยทั่วไปจะกระทำพิธีเมื่อว่างจากงานไร่นา หรือญาติพี่น้องมีทรัพย์สินพอที่จะบำเพ็ญกุศลได้ ปัจจุบันมักจะกำหนด 100 วันหลังจากปลงศพ (คงได้จากการทำบุญร้อยวันของชาวภาคกลาง) วันทำบุญแจกข้าวนี้ ญาติพี่น้อง มักจะนำกระดูกบรรจุในธาตุอัฐิด้วย หากไม่ได้ก่อธาตุก็จะบรรจุไว้ที่กำแพงวัดหรือทำธาตุไม้บรรจุก็ได้

 

ในวันทำบุญแจกข้าว เมื่อถวายภัตตาหารพระสงฆ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ญาติผู้ใหญ่จะนำอาหารเครื่องเซ่น อย่างละเล็กละน้อยจัดใส่กระทงใบตอง นำไปฝังไว้บริเวณวัด ส่วนใหญ่จะไว้ริมรั้ววัดหรือหลังอุโบสถ หรือบริเวณที่ อยู่ใกล้ธาตุกระดูกแล้วกล่าวบอกชื่อผู้วายชนม์ให้มารับอาหาร รวมทั้งผีไม่มีญาติให้มารับอาหารที่ญาติพี่น้อง บำเพ็ญบุญอุทิศส่วนกุศลให้ และนำธุงปักไว้ที่ฝังอาหาร เครื่องเซ่นนั้น ธุงแจกข้าวนี้จะปักอยู่บริเวณนั้นจนกว่าจะเสื่อมสลายไปเอง

ลักษณะธุงบุญแจกข้าว

1. ใช้ผ้าแถบสีขาวกว้างประมาณ 1 ฟุต ยาวประมาณ 2.00 – 2.50 เมตร มีไม้ไผ่เหลาขนาดกว้าง 1 เซนติเมตร หนาพอสมควร 14 นิ้ว 2 อัน เย็บชายผ้าแถบทั้งสองชายติดกับไม้ไผ่ทั้ง 2 อัน (พบในจังหวัดอุดรธานี ใช้ธงสีเหลือง และสีขาว)

2. ดอกไม้ นำดอกไม้มาร้อยประดับอยู่ชายธงด้านล่างเพื่อความสวยงาม

 

3. เสาไม้รวก (ไม้ไผ่ขนาดเล็ก) 1 ลำ ส่วนยอดไม้ไผ่รวกเหลือก้าน และใบไผ่พอสมควรเพื่อความสวยงาม ไม้ไผ่ใช้เป็นเสาธุง โดยนำผ้าแถบที่ประดับดอกไม้ชายด้านล่างแล้วนำมาห้อยไว้เสาไม้ไผ่รวก

Scroll to Top